ความจริงกำลังจม : หรือสื่อมืออาชีพสิเป็นทางออก?
26 สิงหาคม 2568

“the truth is drowning” หรือ ความจริงกำลังจม นี้คือประโยคที่ผมคิดว่าช่วยขมวดความคิดในช่วงนี้ของผมที่มีเกี่ยวกับการทำงานสื่อได้อย่างยอดเยี่ยม โดยประโยคนี้มาจากรายการ Big Think ที่ได้สัมภาษณ์ Yuval Noah Harar นักเขียนและนักวิชาการชื่อดัง ที่ได้เขียนหนังสือเล่มล่าสุดคือ “Nexus : A brief history of information networks from the stone age to AI” ที่เป็นการไล่เรียงประวัติศาสตร์ของข้อมูลข่าวสารตั้งแต่ภาพวาดบนพนังถ้ำมาจนถึงยุค AI นี้

จากบทสัมภาษณ์ของ Big Thinks นักเขียนหรือ Yuval Noah Harar ได้มีการแนะนำว่าผู้คนในยุคปัจจุบันอาจะต้องมีการ detox จากการรับข่าวสารหรือหยุดรับข่าวสารบ้าง เนื่องจากในปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารมากเกินไป และเขายังได้เน้นอีกว่าเมื่อคนรับข่าวสารมากเกินไปก็จะส่งผลต่อการตัดสินใจเนื่องจากข้อมูลที่มีมากไม่ได้เท่ากับคุณภาพของข้อมูล เขากล่าวเลยไปถึงไอเดียเรื่องประชาธิปไตยที่บอกว่าตั้งอยู่บน “การพูดคุย” ที่ใช้ข้อมูลที่แต่ล่ะคนมีในการพูดคุยแลกเปลี่ยน และเมื่อข้อมูลขาเข้าของแต่ล่ะคนไม่ดี นั้นก็อาจะหมายถึงรากฐานของประชาธิปไตยก็จะสั่นคลอน
แนวคิดแบบนี้ ช่วยให้ผมได้เข้าใจสิ่งที่อยู่ในหัวผมมาตลอดในดีเบตเรื่อง “ควรจะมีการควบคุมสื่อ หรือควรจะปล่อยให้หลายๆ สื่อ หลายๆ คนช่วยกันทำกันออกมา?” ซึ่งเมื่อนานมาแล้วแนวคิดเรื่องการให้คนทำสื่อกันออกมาเยอะๆ ก็จะมีหลายๆ คนพยายามพลักดัน หนึ่งในคนที่ผมยังจำได้ดีคือคำพูดของคำ พกานั้นเอง ซึ่งมักจะพูดผ่านหลายๆ รายการของช่อง Voice TV ซึ่งหลายคนได้แตกหรือต่อยอดจากแนวคิดเหล่านี้จนกลายเป็นว่าทุกคนเป็นสื่อได้ เราอาจจะไม่ควรให้ค่า media professional ที่มีความเป็น authority ของความจริงมากเกินไป
ซึ่งผมคิดว่าแนวคิดการชวนให้คนช่วยกันออกมาทำสื่อ เพื่อสร้างข้อมูลที่หลากหลายให้คนไปพิจารณาคงจะเป็นการมองจากฝั่งผู้ผลิตในยุคที่เราน่าจะมีสื่ออย่างทีวีหรือเว็บไซต์เพียงไม่กี่ช่อง แต่ในปัจจุบันที่เรามีจำนวนมาก ผลลัพท์จากแนวคิดแบบนั้น เราคงไม่ได้คาดหวังให้คนดูต้องไปตามดูเนื้อหาจาก 10-15 แหล่งที่แตกต่างกันเพื่อจะสามารถทำความเข้าใจในเรื่องหนึ่งๆ ได้ นั้นคงจะกลายเป็นภาระของคนรับสื่อในยุคปัจจุบันมากเกินไป
แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นแล้วเราจะทำยังไงกันดี? ในยุคที่ผู้คนยอมเสียเงินเพื่อที่ะไม่ต้องเสียเวลาดูสื่อแล้ว อย่างเช่นการสื่อ youtube premium เพื่อจะไม่ต้องดูโฆษณา “สื่อ” ควรมี positioning ในยุค systheiss information ที่เนื้อหาจาก AI และคนเต็มหน้าฟีดไปหมด อย่างไรดี?

เรื่องหนึ่งที่เด้งขึ้นมาในหัวตอนกำลังคิดเรื่องบทบาทของคนผลิตสื่อแบบผม ในยุคนี้คือคำว่า “TRUTH SERVICE” ที่ในหัวผมมักจะโยงไปกับภาพลักษณ์ของชาวคริสต์ โดยคิดว่าหรือทางออกหนึ่งในยุคแบบนี้คือการทำให้เกิด “สื่อมืออาชีพ” ที่มีกระบวนการของบรรณาธิการ หรือ workflow สำหรับการค้นหาความจริงที่เป็นขั้นเป็นตอนและโปร่งใส่ คล้ายๆ Truth as Service ซึ่งสื่อที่ทำแบบนั้นและผมได้เห็นในไทยก็น่าจะเป็น BBC Thai
และการทำให้ซ้ำแบบนั้นไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้เกิด branding และภาพจำของคนที่ดีต่อไปได้ จนเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้คนต้องการความจริง อย่างเช่นในช่วงสงครามไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา สื่อแบบนั้นอาจจะเด้งขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรก และมีคุณค่ามีประโยชน์ในช่วงเวลาแบบนั้น ซึ่งน่าจะทำให้เราไม่ต้องไปพึ่งข้อมูลจากรัฐที่เป็นคู่ขัดแย้งกันเพียงอย่างเดียว
หรือว่าการมีสื่อที่มี value และ workflow ที่เน้นการค้นหาความจริงจะเป็นทางออกสำหรับคนทำสื่อในยุคที่ความจริงกำลังจบแบบนี้ ถ้าจะรู้ได้ก็มีเพียงแค่คงต้องลองทำดูอ่ะครับ หรือถ้าใครมีสื่อที่คิดว่าทำแบบนั้นอยู่แนะนำผมได้นะครับเพื่อจะได้ไปศึกษาต่อ