บล็อก
บทความ ความคิดเห็น และประสบการณ์จากการทำงานด้านสื่อ
ทั้งหมด
การติดตั้ง
ทบทวนการทำสื่อ
...
6 ก.ย. 2568
ความตายขายโคตรดีในยุคที่ความสนใจเป็นสินค้า
วันนี้ในตอนเช้าหลังจากที่ได้ไปวัดแถวบ้านเพื่อทำ “ตาลข้าว” หรือการทำทานผ่านการจัดเซ็ตสังฆทานมอบพระสงฆ์เพื่อให้ generate บุญให้กับญาติๆ ของครอบครัวน้าออยที่เสียไป หลวงพ่อประจำวัดก็เลยเปิดการซักถามว่าผมทำงานอะไรและเมื่อรู้ว่าผมทำงานร่วมกับไทยพีบีเอส ด้วยจึงซัดกลับมาเล็กน้อยด้วยการหยิบยกเรื่องข่าว “ส่งเณรถวายตุ๊ | Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS” ที่ทางไทยพีได้จัดทำไป และบอกว่าทำให้วัดใกล้เคียงเสียหาย เพราะเรื่องผังวัดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จำนวนมากอยู่ในอำเภอดอยสะเก็ด กระผมได้แต่บอกว่าไม่รู้เรื่องกับเขาเลยครับเป็นแต่เพียงผีน้อยในองค์กรและทำเว็บไซต์กระจอกงอกง่อย เท่านั้นค้าบ ซึ่งสุดท้ายแล้วหลวงพ่อได้มอบคำบาลีเพื่ออธิบายบริบทสื่อไทย “เดี่ยวนี้คนอู้เก่งขึ้นเยอะ เป็นสัประวาจาไปหมด บ่าฮู้อันไหนจริงอันไหนแท้” ซึ่งผมคิดเอาเองน่าจะหมายถึงบริบทสื่อของไทยในปัจจุบันที่ “ใครๆก็เป็นสื่อได้” หรือ ยุค #ภาพนิ่งสร้างรายได้ ที่ทุกคนสามารถเป็น creator ที่ได้รับเงินจากอากาศ และเมื่อกลับมาที่บ้านหลังจากส่งบุญเสร็จ แม่อ้อยก็ได้บอกข่าวเรื่อง การตายของไผ่ พงศธร ที่แกเห็นผ่านฟีด Tiktok แต่เมื่อฟังเสียงแล้วดูคล้ายว่าจะเป็นเสียง AI ที่พูดเหมือนการรายงานข่าวอุบัติเหตุ ผมจึงลองเช็คจาก 2-3 แหล่งข่าวอื่นและดูเพิ่มในช่องที่ปล่อยข่าวนี้ ก็ได้พบว่าเป็นข่าวปลอม เพราะทั้งตัว account เองก็มีข่าวอื่นๆ ที่เป็นข่าวปลอมและจุดที่ทำให้มั่นใจที่สุดคือ การคอมเมนท์ชื่อเว็บพนันในช่องคอมเมนท์ด้วย เช่น “คิดว่าได้จากการร้องเพลง สรุปเพิ่งรู้ว่าแกได้ที่ XXX ด้วย” […]
...
26 ส.ค. 2568
ความจริงกำลังจม : หรือสื่อมืออาชีพสิเป็นทางออก?
“the truth is drowning” หรือ ความจริงกำลังจม นี้คือประโยคที่ผมคิดว่าช่วยขมวดความคิดในช่วงนี้ของผมที่มีเกี่ยวกับการทำงานสื่อได้อย่างยอดเยี่ยม โดยประโยคนี้มาจากรายการ Big Think ที่ได้สัมภาษณ์ Yuval Noah Harar นักเขียนและนักวิชาการชื่อดัง ที่ได้เขียนหนังสือเล่มล่าสุดคือ “Nexus : A brief history of information networks from the stone age to AI” ที่เป็นการไล่เรียงประวัติศาสตร์ของข้อมูลข่าวสารตั้งแต่ภาพวาดบนพนังถ้ำมาจนถึงยุค AI นี้ จากบทสัมภาษณ์ของ Big Thinks นักเขียนหรือ Yuval Noah Harar ได้มีการแนะนำว่าผู้คนในยุคปัจจุบันอาจะต้องมีการ detox จากการรับข่าวสารหรือหยุดรับข่าวสารบ้าง เนื่องจากในปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารมากเกินไป และเขายังได้เน้นอีกว่าเมื่อคนรับข่าวสารมากเกินไปก็จะส่งผลต่อการตัดสินใจเนื่องจากข้อมูลที่มีมากไม่ได้เท่ากับคุณภาพของข้อมูล เขากล่าวเลยไปถึงไอเดียเรื่องประชาธิปไตยที่บอกว่าตั้งอยู่บน “การพูดคุย” ที่ใช้ข้อมูลที่แต่ล่ะคนมีในการพูดคุยแลกเปลี่ยน และเมื่อข้อมูลขาเข้าของแต่ล่ะคนไม่ดี นั้นก็อาจะหมายถึงรากฐานของประชาธิปไตยก็จะสั่นคลอน แนวคิดแบบนี้ ช่วยให้ผมได้เข้าใจสิ่งที่อยู่ในหัวผมมาตลอดในดีเบตเรื่อง “ควรจะมีการควบคุมสื่อ หรือควรจะปล่อยให้หลายๆ สื่อ […]
...
23 ส.ค. 2568
ผมได้รู้อะไรบ้างกับการสร้าง #มิสไซล์ใกล้ฉัน
เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน เกิดเหตุการณ์โจมตีกันไปมาระหว่างประเทศอิสราเอลและประเทศอีหร่าน ทำให้ผมเกิดความเป็นห่วงและสงสัยว่าคนไทยที่ไปทำงานที่นั้นกว่า 26,700 กว่าคน อยู่กันยังไงและเขาทำยังไงให้ปลอดภัยต่อการจรวดมิสไซล์ที่โจมตีเข้ามา หลังจากการตั้งคำถามแบบนั้นจึงทำให้ผมนึกไปถึงอุปกรณ์ป้องกันทางอากาศที่ชื่อดังของประเทศอิสราเอล หรือระบบ Iron Dome ที่บอกว่าเป็นหนึ่งในระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศที่ล้ำหน้าและมีประสิทธิภาพ และจากการค้นคว้าเกี่ยวกับ Iron Dome ทำให้ได้รู้ว่า มีการนำเอาข้อมูลการแจ้งเตือนจากไอรอนโดมมาทำเป็นเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น เพื่อแจ้งเตือนจรวจมิสไซล์ที่กำลังจะมาถึง อย่างเช่นเว็บไซต์ “Red Alert” หรืออีกแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่ดำเนินการโดยทางการอิสราเอลเองคือ Home Front Command แต่ข้อจำกัดที่ผมมองเห็นสำหรับเว็บไซต์และระบบแจ้งเตือนนี้คือ ข้อจำกัดภาษาที่ใช้ยังเป็นภาษาฮีบรูและภาษาอังกฤษเป็นหลักซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดสำหรับคนไทยที่ไปทำงานในอิสราเอล เมื่อผมเห็น pain point นี้จึงคิดเล่นๆ ว่าเรามี web application ที่จะบอกเรื่องการโจมตีทางอากาศและข้อมูลของแรงงานไทยในอิสเราเอลจะเป็นยังไงบ้าง ซึ่งข้อมูลจาก API ของ Red Alert มีมากกว่า 16,000 ครั้งตั้งแต่พ.ค. 2021 – มิ.ย. 2025 ของซึ่งมาจากไอรอนโดม อีกทั้งยังมีการอัพเดทแบบ Realtime อีกด้วยหากมีการแจ้งเตือน แลอีกทั้งยังมีข้อมูลระดับเมืองที่เป็น Polygon อีกด้วย ดังนั้นด้วยข้อมูลแบบนี้จะสามารถทำให้เรารู้ได้ว่าบริเวณไหนที่ถูกโจมตีทางอากาศบ่อย ซึ่งทำให้กลายเป็นพื้นที่ๆ […]
...
8 ก.ย. 2567
หรือถนนจะเป็นพื้นที่ใหม่ของภาพถ่ายสารคดี?
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ได้มีโอกาสได้ทดลองวิธีการจัดแสดงภาพถ่ายแบบหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ใช้กันในงานภาพถ่ายสารคดีของไทยในงาน “Hand to hand Humanitarian assistance for migrant workers facing Covid-19 crisis in Thailand” ที่จัดโดยมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงงาน (LPN) ผมได้ไอเดียเรื่องการจัดแสดงภาพแบบนี้มาจากองค์กรภาพถ่ายในประเทศอังกฤษที่ชื่อว่า Dysturb ซึ่งทำงานเพื่อโปรโมท media literacy ในโรงเรียนโดยใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือ ผมรู้สึกชื่นชอบการแสดงภาพแบบนี้เป็นพิเศษเพราะเป็นปัญหาที่ผมเริ่มคิดเมื่อปีหรือสองปีที่แล้วที่ว่าพื้นที่สำหรับภาพถ่ายสารคดีมันหดหายไปสังเกตได้จากนิตยสารทั้งในและต่างประเทศที่เคยเป็นพื้นที่สำหรับภาพถ่ายสารคดี หรือ photo essay ที่ปิดตัวไป เมื่อพื้นที่เดิมที่ของ photo essay เริ่มหดหายไปแล้วแบบนี้ทางข้างหน้าควรจะเป็นยังไงดี ที่จะทำให้เราสามารถเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายได้อยู่และเราก็ยังอยู่ได้ ตอนนั้นเราคิดกันว่าทางออกคงมีแค่ทางออกเดียวคือ ทำภาพถ่ายสารคดีให้มันขายได้ โดยการปรับประเด็นสนใจและรูปแบบการนำเสนอที่อาจจะต้องเพิ่ม aesthetic ของภาพให้มากขึ้นเหมือนอย่างภาพถ่ายจากฝั่งประเทศอังกฤษที่ทำกันไป โดยหวังว่าเมื่อมันอยู่ในกรอบแล้วคนดูจะซื้อไปติดบ้านได้ แต่มันก็กลับกลายเป็นว่าจะทำให้ภาพถ่ายสารคดีกลายเป็นของประดับบ้านไปเสียอีก ตอนนั้นผมก็เลยยังไม่ค่อยพอใจกับทางออกแบบนี้สักเท่าไหร่ ผมเลยคิดว่าทางออกหนึ่งของการแสดงภาพถ่ายสารคดีที่ต้องการจะบอกเรื่องราวบางอย่างต่อสังคม ไม่ใช่การขายภาพที่ต้องใช้การปริ้นอย่างดี มีต้นทุนสูง คือการนำภาพถ่ายมาสู่ถนนแบบที่ dystrub เสนอโดยใช้การปริ้นราคาถูกและแปะด้วยกาวแบบที่โปสเตอร์ที่เราเห็นกันตามข้างถนนใช้ เพราะนอกจากเราจะได้ออกแบบการจัดแสดงแบบที่ผนังของ museum อนุญาตให้ทำแล้ว ราคาต้นทุนในการแสดงยังต่ำถึง 4–5 เท่า โดยที่ข้อความที่ต้องการจะสื่อสารยังคงอยู่ […]